สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่

กระทรวงเกษตรฯ ยกเครื่องมาตรฐานข้าวทั้งระบบ ชูเรื่องคุณภาพ มุ่งยกระดับการผลิต และเพิ่มมูลค่า

วันที่

กระทรวงเกษตรฯ ยกเครื่องมาตรฐานข้าวทั้งระบบ ชูเรื่องคุณภาพ       มุ่งยกระดับการผลิต และเพิ่มมูลค่า
กระทรวงเกษตรฯ ยกเครื่องมาตรฐานข้าวทั้งระบบ ชูเรื่องคุณภาพ มุ่งยกระดับการผลิต และเพิ่มมูลค่า
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันข้าวไทยเป็นที่ต้องการในตลาดโลก โดยปี 2559 ไทยส่งออกข้าวไปยังตลาดต่างประเทศกว่า 9.9 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า ไม่ต่ำกว่า 1.54 แสนล้านบาท ซึ่งส่งออกเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวหอมมะลิไทย ซึ่งเป็นข้าวคุณภาพสูง มีการส่งออกปีละ 2.37 ล้านตัน มูลค่าข้าวหอมมะลิ 5.4 หมื่นล้านบาท ดังนั้นเพื่อยกระดับมาตรฐานข้าวไทยให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น เป็นไปตามความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น และสนองต่อนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำหนดให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรสู่ความยั่งยืน คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรในการประชุมวันที่ 25 พฤษภาคม 2560 มีมติเห็นชอบมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับข้าวไทยทั้งระบบ รวม 5 ฉบับ โดยเป็นการปรับปรุงมาตรฐานข้าวไทย จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ มาตรฐานข้าวหอมมะลิไทย ข้าวหอมไทย ข้าวไทย และมาตรฐานฟาร์ม GAP เมล็ดพันธุ์ข้าว และ ประกาศมาตรฐานข้าวสีไทย ขึ้นใหม่ จำนวน 1 ฉบับ

นางสาวชุติมา กล่าวต่อว่า “มาตรฐานข้าวหอมมะลิไทย จัดทำมาตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งเป็นเวลามากกว่า 14 ปี รวมทั้งมาตรฐานสินค้าข้าวทั้ง 3 ฉบับ (ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวหอมไทย และข้าวไทย) ได้ประกาศใช้มานานเกิน 5 ปีแล้ว ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงมาตรฐานให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์และข้อเท็จจริงการซื้อขายข้าวในปัจจุบัน  ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพมาตรฐานการผลิตให้ดีขึ้น และช่วยให้เกษตรกรไม่เสียเปรียบในการซื้อขายข้าว รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศอีกด้วย โดยในการปรับปรุงมาตรฐานครั้งนี้ ได้หารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการส่งเสริมการค้าอีกด้วย

สาระสำคัญของการปรับปรุงแก้ไขมาตรฐาน คือ การปรับปรุงเกณฑ์ความชื้นและคุณภาพการขัดสีของข้าวเปลือกโดยกำหนดความชื้นและคุณภาพการขัดสีของข้าวเปลือก ซี่งกำหนดความชื้นเป็น 2 ระดับ คือ ความชื้นข้าวเปลือกในการซื้อขาย 15 % และความชื้นข้าวเปลือกในการเก็บรักษา 14 % จากเดิมกำหนดเพียงค่าเดียว ซึ่งจะทำให้เกษตรกรไม่เสียเปรียบ เนื่องจากปัจจุบัน การซื้อขายเป็นข้าวเปลือกสด ซึ่งมีความชื้นมากกว่าข้าวเปลือกแห้ง นอกจากนี้ยังมีการกำหนด % ข้าวเมล็ดแดงหรือข้าวปนให้เข้มข้นขึ้นเหลือเพียงไม่เกิน 1% เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า รวมทั้งเพิ่มเติมวิธีการทดสอบการปนของข้าวอื่นในข้าวหอมมะลิ โดยวิธีการต้ม เพื่อให้ผู้ประกอบการมีทางเลือกในการทดสอบที่ใช้ต้นทุนต่ำลงและปฏิบัติได้ง่าย