สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่

ขออนุมัติการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างกรมประมง (แห่งราชอาณาจักรไทย)

ขออนุมัติการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างกรมประมง (แห่งราชอาณาจักรไทย) กับหน่วยงานสำนักงานเฝ้าระวังสุขอนามัยพืช และสัตว์ (แห่งสหพันธรัฐรัสเซีย) ด้านการควบคุมความปลอดภัยผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่จับจากธรรมชาติและผลิตภัณฑ์จากการเพาะเลี้ยงที่นำเข้าและส่งออก
สรุปประเด็นข้อเสนอและความคิดเห็นประเด็นสำคัญของมติ
 
คณะรัฐมนตรีมีมติ
๑. เห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ดังนี้
๑.๑ เห็นชอบและอนุมัติให้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างกรมประมง (แห่งราชอาณาจักรไทย) กับหน่วยงานสำนักงานเฝ้าระวังสุขอนามัยพืชและสัตว์ (แห่งสหพันธรัฐรัสเซีย) ด้านการควบคุมความปลอดภัยผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่จับจากธรรมชาติและผลิตภัณฑ์จากการเพาะเลี้ยงที่นำเข้าและส่งออก โดยบันทึกความเข้าใจฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาความร่วมมือในการควบคุมความปลอดภัยสินค้าสัตว์น้ำ และการยอมรับความเท่าเทียมของระบบตรวจรับรองของทั้งสองหน่วยงาน
๑.๒ อนุมัติให้รองอธิบดีกรมประมง (นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์) เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ เนื่องจากอธิบดีกรมประมงติดภารกิจสำคัญ
๒. หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญและไม่ขัดกับหลักการที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไว้ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการได้โดยนำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลและประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ (เรื่อง การจัดทำหนังสือสัญญาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ)
๓. ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เห็นควรเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินงานตามบันทึกความเข้าใจฯ ทั้งในส่วนการกำกับดูแลและการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐให้เป็นไปตามบันทึกความเข้าใจฯ อย่างเคร่งครัด และการชี้แจงทำความเข้าใจในขั้นตอนการดำเนินงานให้กับผู้ประกอบการภาคเอกชนอย่างทั่วถึง ตลอดจนการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนให้ภาคเอกชนใช้โอกาสจากบันทึกความเข้าใจฯ ในการปรับปรุงระบบการผลิต แปรรูป และส่งออกให้สอดคล้องตามมาตรฐานที่กำหนด รวมทั้งสามารถขยายตลาดสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงไปยังสหพันธรัฐรัสเซียมากขึ้น ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

ที่มาของข่าว : ข่าวสาร กษ.